แนะนำเทคนิคการเลือกกล้องติดรถยนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานและได้ประสิทธิภาพสูงสุด…

           กล้องติดรถยนต์  ถือเป็นไอเทมที่สำคัญ เพราะเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือว่ามีอุบัติเหตุ กล้องติดรถยนต์นี่แหละจะเป็นตัวเดียวที่คอยบันทึกภาพวิดีโอเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น หรือหลักฐานต่าง ๆ ไว้ แต่ก่อนที่จะเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์นั้น เรามาดูกันว่ามีวิธีใดบ้างที่จะเลือกกล้องติดรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานของเรา และครอบคุมที่สุด

ขอบคุณภาพจาก www.aripfan.com/buyer-guide-camera-in-car

1. ความละเอียดของวิดีโอที่บันทึก

         ข้อสำคัญข้อแรกที่ต้องดู คือ ความละเอียด ความคมชัดของภาพที่บันทึก โดยควรจะอยู่ที่ FULL HD (1080p) หรือ HD Ready (720p) ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐาน ที่สามารถใช้งานได้ดี ถ้าคุณเลือกกล้องติดรถยนต์ที่ความละเอียดน้อย ก็เท่ากับว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย ดังนั้น ก่อนซื้อควรทำการศึกษากล้องติดรถยนต์หลายๆ รุ่นที่คุณสนใจเพื่อประกอบการตัดสินใจ

 

2. ความสามารถในการบันทึกภาพในเวลาที่มีแสงน้อยหรือเวลากลางคืน

         กล้องติดรถยนต์ที่ดีนั้น ควรจะใช้งานได้ดีทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ง่าย ๆ เลยก็คือสามารถเช็ครูรับแสงของกล้องตัวนั้น ๆ ได้ หรือค่า F นั่นเอง โดยกล้องทั่วไปจะอยู่ที่ F2.2 หรือต่ำกว่านี้ ก็จะทำให้คุณภาพของภาพดียิ่งขึ้น เพราะถ่ายเวลาแสงน้อยได้ชัดเจนมากขึ้นกว่ากล้องรุ่นที่มีค่ารูรับแสงเยอะ

 

3. มุมมองของกล้องติดรถยนต์สามารถใช้งานได้จริง

         กล้องติดรถยนต์ในหลาย ๆ รุ่นที่วันนี้จะมีการโฆษณาคุณสมบัติของ “มุมมองกล้อง” กันค่อยข้างเยอะ เพราะนั้นจะหมายถึงความกว้างของภาพวีดีโอเหตุการณ์ทั้งหมดที่กล้องบันทึกได้ การที่คุณจะซื้อกล้องติดรถยนต์ก็ควรต้องคำนึงถึงมุมมองในการเห็นภาพด้วย ควรจะเห็นในมุมมองที่กว้าง ให้เห็นบริเวณหน้ารถที่ครอบคุม และเห็นมุมมองของรถคุณทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อความปลอดภัยและการใช้งานได้ที่ดีและเต็มประสิทธิภาพที่สุด หรืออาจจะใช้เลนส์ Fish Eye มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มมุมมองในการเก็บภาพของกล้องติดรถยนต์ของคุณก็ได้เช่นกัน

 

4. ความจุของเมมโมรี่การ์ดของกล้องติดรถยนต์

         กล้องติดรถยนต์ส่วนใหญ่สามารถเลือกได้ว่าอยากได้ภาพความคมชัดขนาดไหน แต่ถ้าความคมชัดสูงก็จะต้องแลกมาด้วยขนาดพื้นที่จัดเก็บภาพที่เยอะขึ้นตามไปด้วย ในการเลือกกล้องติดรถยนต์จึงจำเป็นที่ต้องเลือกรุ่นที่สามารถรองรับความจุของเมมโมรี่การ์ดที่เยอะ ๆ ด้วย ซึ่งกล้องติดรถยนต์ในแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อความสามารถในการรองรับขนาดความจุของเมมโมรี่การ์ดก็ไม่เท่ากัน ดังนั้นคุณควรที่จะศึกษาคุณสมบัตินี้ของกล้องติดรถยนต์รุ่นนั้นด้วยก่อนที่จะเลือกซื้อเมมโมรี่การ์ดเพิ่มเติม

 

5. การเชื่อมต่อ Wi-Fi ของกล้องติดรถยนต์

         การควบคุม Wi-Fi ของกล้องติดรถยนต์ช่วยเพิ่มสะดวกรวดเร็วในการดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอสำคัญไว้บนโทรศัพท์มือถือ ที่สำคัญต้องคำนึงถึงการต่อ Wi-Fi เพื่อใช้ในการเปิด Google Maps เพื่อนำทาง ที่เป็นตัวช่วยในการนำทางของคุณได้อย่างแม่นยำมากขึ้นอีกด้วย

 

6. ระบบ G-Sensor ตรวจจับแรงกระแทก

         ระบบ G-sensor ก็เป็นหนึ่งคุณสมบัติของกล้องติดรถยนต์ที่คุณควรตระหนักถึงก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เพราะเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรืออุบัติเหตุใด ๆ ในระหว่างที่เราไม่ได้ใช้งานรถยนต์หรือจอดรถไว้นั้นเอง เจ้าตัว G-sensor นี่แหละที่จะเป็นตัวตรวจจับแรงสั่นสะเทือน หรือแรงกระแทก เพื่อบันทึกภาพวิดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น และล็อคบันทึกคลิปแยกไฟล์ออกมาเก็บเป็นไฟล์พิเศษ ที่ไม่สามารถลบได้ ถ้าอยากลบก็ต้องฟอร์แมตการ์ดความจำเท่านั้น ระบบตรวจจับแรงกระแทกจึงเป็นอีกระบบที่สำคัญและเป็นพื้นฐานในการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์

 

7. เลือกราคาที่เหมาะสมกับรถยนต์ของคุณ

         กล้องติดรถยนต์ในปัจจุบันนั้นค่อนข้างมีหลากหลายรุ่น/ยี่ห้อมาก ตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงแพง ซึ่งบางรุ่นแม้จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สูง แต่ถ้าคุณไม่ได้ต้องการขนาดนั้นก็สามารถมาพิจารณารุ่นที่ฟังก์ชั่นน้อยกว่า ราคาต่ำกว่าก็ได้เช่นกัน เพราะบางรุ่นที่แพงมาก ๆ ก็อาจมีคุณสมบัติที่เราไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะฉะนั้น ควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานและสภาพคล่องทางการเงินของคุณจะดีที่สุด

 

         เบื้องต้นก็ได้ทราบกันคราว ๆ แล้วนะครับ ว่าก่อนที่จะเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์สักตัวควรจะต้องคำนึงถึงอะไร และต้องดูฟังก์ชั่นอะไรบ้าง หรือถ้าหากใครที่ยังไม่มั่นใจก็ลองแวะเข้าไปดูที่ร้านขายกล้องติดรถยนต์เพื่อขอรับคำแนะนำจากพนักงานแต่ละแบรนด์ก่อนตัดสินใจเลือกกล้องติดรถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณที่สุดกันครับ

Worldtech Electronic

Leave a Reply

Your email address will not be published.